เพิ่มเพื่อน

QR Code Line

ขับรถหน้าฝนอย่างไร ห่างไกลอุบัติเหตุ

 

เทคนิคการขับรถในฤดูฝน
    อันดับแรกที่คุณต้องทำเมื่อเข้าสู่การขับรถยนต์ท่ามกลางฝนตกคือ ประเมินความหนักเบาของฝน และเปิดใบปัดน้ำฝนด้านหน้า และทางด้านหลัง หากสภาวะฝนหนักมาก ก็ควรเปิดไฟหรี่ และไฟหน้าด้วย
    เมื่อขับผ่านฝนมาได้สักระยะคุณจะเริ่มชินกับสภาวะการขับขี่ หลังจากนั้นให้สำรวจสภาวะการมองเห็นของคุณ หากพบว่ากระจกหลังเริ่มเป็นฝ้าให้ทำการกดปุ่มไล่ฝ้าตรงบริเวณแอร์รถยนต์ พร้อมกันนี้ ควรตรวจสอบสภาวะฝนว่าแรงขึ้น หรือน้อยลงอย่างไรบ้าง แล้วจัดการปรับอุปกรณ์ต่างๆให้เหมาะสม และรักษาระยะห่างระหว่างคุณกับรถคันหน้าด้วย
 

การเบรกหรือหักหลบสิ่งกีดขวาง
    สิ่งหนึ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการขับรถท่ามกลางสายฝน คือไม่ควรเบรค หรือหักหลบกระทัน เพราะอาจนำคุณไปสู่ข้างทางได้อย่างไม่ทันรู้ตัว การเบรคกะทันหันในที่ที่มีน้ำเปียกแฉะ อาจทำให้รถเสียการทรงตัวได้ง่าย โดยเฉพาะบรรดารถกระบะอาจเกิดการหมุนของตัวรถได้ง่าย โดยที่คุณไม่รู้ตัว ซึ่งการเบรคกะทันหันนี้ให้ผลเช่นเดียวกับการหักหลบกะทันหัน ดังนั้นทางที่ดีให้เว้นระยะห่างจากคันหน้าพอประมาณ และถ้าจำเป็นต้องเบี่ยง ควรเปิดไฟสัญญาณเลี้ยว มองจังหวะที่เหมาะสม แล้วค่อยออกไป

การขับรถผ่านน้ำท่วม และน้ำขัง
    หนึ่งอุปสรรคสำคัญ ที่ยากจะเลี่ยงกับถนนที่แย่ หรือหลังเต่าของถนนในบ้านเรา  ซึ่งในกรณีน้ำขังหากพบว่ามีอยู่ตรงหน้าให้ชะลอความเร็วลง และเข้าสู่พื้นที่น้ำ ขังช้าๆ คอยสังเกตระดับความลึกของน้ำด้วยว่า มีความลึกมากน้อยเพียงใด
    ในกรณีน้ำท่วมนั้น สำหรับใครที่ใช้รถเก๋งก่อนขับผ่าน ควรเล็งดูระดับน้ำให้ดี หากพบว่าน้ำท่วมมีระดับเกินครึ่งล้อรถก็ควรจะหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว แต่หากมีระดับต่ำกว่าก็สามารถผ่านได้ โดยใช้ความระมัดระวัง โดยเฉพาะเรื่องเครื่องยนต์ดับกลางทาง ซึ่งเกิดจากคลื่นน้ำของรถยนต์คันอื่นๆ ทางที่ดีควรต้องค่อยๆ ปล่อยไหลไปตามทาง และระวังการปะทะคลื่นน้ำอย่างแรง 
    การขับรถในฤดูฝนนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด แต่สิ่งที่สำคัญคือ ต้องเข้าใจถึงข้อจำกัดของตัวเอง และยิ่งไปกว่านั้นหากคุณไม่สามารถขับเร็วกว่าเพื่อนร่วมทาง ก็จงอย่ากีดขวางการจราจร เพราะคุณกำลังทำให้คนอื่นเดือดร้อน และอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้โดยไม่รู้ตัว