เพิ่มเพื่อน

QR Code Line

ใหม่!! ติดแก๊ส ไม่ตัดสายไฟ รถไม่ช้ำ


มาตรฐานใหม่ของการติดตั้งแก๊ส รถไม่ช้ำ วิเคราะห์ปัญหาง่าย

ไม่ตัดสายไฟของรถยนต์แม้แต่เส้นเดียว!!! surprise เชื่อมต่อทุกจุดด้วยปลั๊ก ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ตามปกติ รถที่ติดตั้งแก๊ส จะต้องมีการตัด-ต่อสายไฟของรถยนต์ ได้แก่
สายสัญญาณหัวฉีดน้ำมัน จำนวน 4 เส้น ( สำหรับรถ 4 สูบ ) หรือ 6 เส้น ( สำหรับรถ 6 สูบ )
เพื่อดึงสัญญาณ ที่สั่งไปยังหัวฉีดน้ำมัน ให้วิ่งเข้าไปยังกล่องควบคุม (ECU) ของระบบแก๊สเพื่อใช้ประมวลผล และส่งคำสั่ง ไปยังหัวฉีดแก๊ส ต่อไป

นอกจากนี้ จะต้องมีการดึงสัญญาณ โดยการปอกสายไฟ เพื่อพ่วงสายไฟของรถยนต์ ดังต่อไปนี้
สายไฟสวิตช์กุญแจ (IG) จำนวน 1 เส้น
สายสัญญาณ รอบเครื่องยนต์ ( rpm ) จำนวน 1 เส้น
สายสัญญาณ OBD II จำนวน 1 เส้น กรณี OBD-II
สายสัญญาณ OBD/CAN จำนวน 2 เส้น กรณี OBD-II/ CAN BUS

โดยในการติดตั้งระบบแก๊สที่ผ่านมา มีความจำเป็นที่จะต้อง ตัด-ต่อ สายไฟ หรือ พ่วงสายไฟ ของรถยนต์ ตามที่ได้กล่าวมาแล้วแม้จะไม่มีผลต่อการใช้งาน หากติดตั้งได้อย่างปลอดภัย แต่ การตัด-ต่อ สายไฟ หรือ แม้แต่พ่วงสายไฟ มีข้อจำกัด คือ

ปัญหาส่วนใหญ่ของรถติดตั้งแก๊ส มาจากระบบไฟฟ้า หรือ ระบบควบคุม แต่ปรากฏว่าเราไม่สามารถแยกระบบควบคุมแก๊ส ออกจากระบบควบคุมของรถ โดยสมบูรณ์ได้ เนื่องจาก ชุดสายไฟของระบบแก๊สจะต้องมีการเชื่อมต่อกับสายไฟของรถอยู่ตลอดเวลา แม้เราเลือกสลับระบบไปใช้น้ำมันแล้วก็ตาม

ทำให้ในบางกรณี เช่น หากรถมีปัญหา การวิเคราะห์ปัญหาของรถ จะไม่สามารถตัดตัวแปร เรื่องระบบแก๊ส ออกไปได้อย่างสิ้นเชิง จึงทำให้ เวลานำรถ ไปเช็คที่ศูนย์ฯ อาจเกิดความเข้าใจผิดของช่างที่ศูนย์ฯ ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากการติดตั้งระบบแก๊ส อยู่เสมอ ชิ้นส่วน หรือ อะไหล่ ของรถยนต์ แต่ละชิ้น เมื่อเกิดความเสียหาย มักจะสามารถเปลี่ยนชิ้นใหม่ ได้ง่าย โดยเฉพาะในกรณีของการติดตั้งแก๊ส เราสามารถเปลี่ยน ท่อร่วมไอดี, ฝาพลาสติก, ช่องสวิตช์ ที่ถูกเจาะหรือผ่า จากกระบวนการติดตั้งแก๊สได้ หากต้องการแต่ในกรณีของสายไฟ โดยเฉพาะสายสัญญาณ จากกล่อง ECU การเปลี่ยนสายไฟใหม่ เป็นเรื่องที่ทำได้ยาก เปรียบสายไฟเหมือนกับเส้นเลือดในร่างกาย ถ้าตัดแล้ว ทำได้แค่ต่อกลับ เป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนทั้งเส้นใหม่ได้

การตัด-ต่อสายไฟ หรือ การพ่วงสายไฟ ทุกกรณี จะต้องมีการเสริมจุดเชื่อมต่อให้แข็งแรงและปลอดภัยจากการลัดวงจร
ซึ่งปกติ จะใช้การบัดกรี ให้ต่อกันสนิท แล้วหุ้มด้วย ท่อหด หรือ เทปพันสายไฟ ป้องกันการลัดวงจร
โดยหากในเวลาต่อมา มีการเคลื่อนย้ายชิ้นส่วน หรือรื้อชุดสายไฟบริเวณที่มีการตัด-ต่อ โดยช่างคนอื่นใด ก็มีโอกาสทำให้เกิดการลัดวงจรได้
หรือ การตัด-ต่อสาย หรือ การพ่วงสายไฟ เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการลัดวงจรได้ในอนาคต
ดังนั้น หากไม่ต้องตัด-ต่อ หรือพ่วง สายไฟรถยนต์ได้ ย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่า โดยวิธีการที่สามารถทำได้คือ
แทนที่จะตัด-ต่อสายไฟ ระบบหัวฉีด เราสามารถเชื่อมต่อสายไฟแต่ละจุด ด้วยปลั๊ก ( Connector ) แทน

ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่มีข้อจำกัดคือ ต้องมี ปลั๊ก หรือ Connectorเป็นรุ่นเฉพาะสำหรับรถแต่ละยี่ห้อ หรือ แต่ละรุ่น
ที่ต้องสั่งจากต่างประเทศ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาก และ เพิ่มงานในการประกอบ เรียกว่า มีความยุ่งยาก และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
จึงไม่เป็นที่ใช้งานกันแพร่หลาย โดยทางมงคลออโต้แก๊ส เล็งเห็นว่า น่าจะเป็นประโยชน์ จึงได้นำแนวทาง
การติดตั้งแบบไม่ต้องตัดสายไฟนี้ เข้ามาใช้ และ รถที่ติดตั้งแก๊ส แบบใช้ปลั๊ก แทนการตัด-ต่อสายไฟ จะมีประโยชน์ดังต่อไปนี้

สะดวกในการตรวจเช็คปัญหาของเครื่องยนต์ โดยสามารถถอดสลับปลั๊กหัวฉีดแก๊ส กับ ปลั๊กหัวฉีดน้ำมัน ได้ทันที และรวดเร็ว
รถไม่ช้ำ ไม่ต้องตัดสายไฟ แม้แต่เส้นเดียวปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการลัดวงจรของสายไฟ ที่ถูกตัด-ต่อ เมื่อต้องการถอดชุดแก๊สออก ชุดสายไฟของรถยนต์ ก็จะกลับไปสู่สภาพเดิม เพราะไม่ได้ถูกตัด

โดย ณ ขณะนี้ รถที่เรารับติดตั้งแก๊ส แบบไม่ต้องตัดสายไฟนั้น ได้แก่ ยี่ห้อ และ รุ่นต่างๆ ดังต่อไปนี้

  1. Toyota ทุกรุ่น
  2. Mazda 2, Mazda 3
  3. Nissan March, Nissan Almera, Nissan Tiida
  4. Ford Fiesta, Ford Escape, Ford Focus

สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สอบถามโดยตรงได้ที่ โทร. 097-236-3635 (คุณแหม่ม) , 094-964-5464 (คุณปุ้ม)

comments powered by Disqus